ทำไมต้องมีเงินเก็บ



ค่าครองชีพหรือเงินเฟ้อที่สูงขี้นมากในทุกๆปี
ราคาของ ข้าวของเครื่องใช้-อาหาร-เครื่องนุ่มห่ม-ยารักษาโรค-หรือค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างๆนั้น ล้วนแล้วแต่แพงขึ้นมากใจแต่ละปี เอาง่ายๆ เราเคยทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 30 40 50 ซึ่งมีทุกราคาเลยตามวัยที่เราได้ผ่านมากัน นั่นหมายความว่าถ้าเราไม่เก็บออมหรือนำเงินไปลงทุนตอนนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไรถ้าทุกอย่างมันต้องใช้เงินมากขึ้น แต่ไม่มีเงินเก็บมากพอที่จะใช้ในขณะนั้น จะหางานทำเหรอ สุขภาพจะแข็งแรงเหมือนตอนนี้กันมั้ย อย่าลืมนะครับว่าตอนนั้น อายุ 60 ปีกันแล้ว

คนเรามีอายุที่ยืนยาวกันมากขึ้น
สมัยนี้คนเรามีอายุ ยาวมากขึ้น
ค่าเฉลี่ยประมาณ 80 ปี นั่นหมายถึง ยิ่งคนเราตายช้า ก็ยิ่งจะต้องใช้เงินในการดำรงชีวิตอยู่มากขึ้น  อายุ60-80 เป็นช่วงที่ไม่มีรายได้เข้ามา แต่มีค่าใช้จ่ายรออยู่นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ที่ยังสามารถทำงานและหารายได้อยู่ ก็อย่าลืมเก็บออมหรือนำไปลงทุนกันด้วยนะครับ


ค่ารักษาพยาบาล
ทุกๆวันนี้ ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าย่า แพงขึ้นมากหลายๆเท่า หลายๆคนน่าจะมีประสบการ์ณ สมัยก่อนเวลาไม่สบายไปหาหมอ ครั้งนึงๆก็ 500 บาท ซึ่งปัจจุบันปรับไป 2,000 บาทกันแล้ว นี่ค่าOPD นะครับ จริงกันมั้ย   ถ้าเราไม่มีสวัสดิการที่รองรับในยามที่เราเจ็บป่วย นั่นหมายความว่า เราก็ต้องนำเงินเก็บของเรามาใช้สำหรับเป็นค่ารักษาตัวเราเองนะครับ

เหตุการ์ณฉุกเฉิน
ถ้ามีเหตุต้องให้ใช้เงินฉุกเฉินตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ค่าเทอมลูก หรือ ค่ารักษาพยาบาล หรือสาเหตุอะไรก็ตามที่เป็นเหตุให้ต้องใช้เงินก้อน หากเราไม่สำรองไว้ ก็จะชักหน้าไม่ถึงหลัง อาจจะเกิดการเป็นหนี้เป็นสินกันเพิ่มขึ้นอีก เพราะฉะนั้น การเก็บออมไว้จึงเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนควรทำเป็นนิสัยอย่างน้อยก็เพื่อตัวของเราเองในวันข้างหน้า

นาย พรรษวัชร ภักตร์ผ่อง
Mr. Passawat Pakpong
ผู้แนะนำการลงทุน เลขทะเบียน 051007
ตัวแทนประกันชีวิต ใบอนุญาติเลขที่ 4901023573   
โทร     : 090-665-3929
E-mail : peckplanner@gmail.com




คลิปสัมภาษณ์

สัมภาษณ์กลุ่มคน 2 กลุ่ม คิดจะทำและไม่คิดจะทำ ประกันชีวิต


ประโยชน์ของการทำประกันชีวิต​ ด้านความคุ้มครองและการชดเชย

ข้อ 1. ทุนประกันชีวิต คนที่ทำประกันชีวิต จะมีมูลค่าความคุ้มครอง ตามจำนวนทุนประกันที่ได้ทำประกันไว้ เช่น 100,000 บาท หรือ 1,000,000 บาท เมื่อผู้ทำประกันชีวิตจากไป ก็จะมีเช็คเงินสด ถูกมอบให้กับผู้รับผลประโยชน์ อาจจะเป็นสามีหรือภรรยาหรือลูก เพื่อไว้ใช้ดำรงชีพต่อไป เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ไม่ได้หายไปหรือหมดไปตามคนที่จากไปด้วย ค่าใช้จ่ายยังคงอยู่เหมือนเดิมหรืออาจจะมากขึ้นด้วยซ้ำ คนที่อยู่ก็จะต้องดิ้นรนหรือปรับตัวให้อยู่ได้ต่อไป หากเกิดการจากไปของบุคคลที่เป็นเสาหลักของครอบครัวอย่างกระทันหันและไม่ได้เตรียมหรือวางแผนไว้เลย
ข้อ 2. ด้านค่ารักษาพยาบาล ชดเชยรายได้ หรือคุ้มครองกลุ่มโรคร้ายแรง ทั้งหมดนี้ เราก็จะได้รับความคุ้มครองตามแบบหรือจำนวนมูลค่าที่เราได้ทำประกันไว้ แต่ถ้าเราไม่ได้ทำประกันชีวิต ก็เหมือนกับว่า เราต้องยอมรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเองทั้งหมด เมื่อเราเกิดเจ็บป่วยหรือเกิดเป็นโรคร้ายแรง บางทีอาจจะทำให้เงินเก็บ ของเรานั้นหมดไปเลยก็ได้ ซึ่งเราอาจได้เห็นบุคคลเหล่านี้ ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือข่าวทางโทรทัศน์มาบ้างแล้ว ว่าเจ็บป่วยที หรือเป็นโรคมะเร็ง ก็เหมือนจะสิ้นใจเลยทีเดียว เพราะรู้ว่าค่ารักษาเป็นแสนหรือเป็นล้าน
ข้อ 3. การเก็บออมในรูปแบบประกันชีวิต การเก็บออมในรูปแบบนี้ มีระยะเวลากำหนด ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะรู้สึกนานไปแต่อยากจะบอกว่า เวลายิ่งนานยิ่งดี เพราะเราสามารถที่จะทยอยเก็บแบบสบายๆ และทำให้เรามีวินัยทางการเงิน อะไรก็แล้วแต่ที่ระยะเวลามันสั้น ก็มักจะไม่ประสบผลสำเร็จหรือล้มเลิกกลางคันได้ง่ายๆ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เราจะรู้เลยว่าเมื่อครบสัญญา เราจะได้เงินคืนเท่าไหร่เป็นที่แน่นอน ซึ่งไม่เหมือนการลงทุนในหุ้นซึ่งมีความเสี่ยงสูง เลยอาจจะได้กำไรหรือขาดทุนซึ่งเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ หากคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการวางแผนเกษียณอายุที่ดี

ข้อ 4. ประโยชน์ทางภาษี เบี้ยประกันชีวิต สามารถนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 100,000 บาท และไม่เกิน  200,000 บาท สำหรับแบบประกันบำนาญ
สรุป.... เบี้ยประกันที่จ่ายไป 1 ก้อน เราได้ สิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย ไม่ว่าเป็นทุนประกันชีวิต ค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชย หรือหากเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง มีเงินออมที่ไว้ใช้ยามเกษียณ หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต่างๆนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราทุกคน ต้องประสบต้องเจอหรือไปถึงวันนั้นกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิต การเจ็บป่วย ต้องมีเงินเก็บหลังเกษียณ หรือการเสียภาษีในแต่ละปี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถ้าเราเตรียมตัวไว้ หรือได้วางแผนไว้เราก็จะสบายใจ อุ่นใจ  กับชีวิตหลังจากนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ครอบครัวของเรา ก็จะอยู่ได้ ต่อไป เราก็จะเป็นคนที่เกษียณอย่างมีความสุข ผ่านการวางแผนประกันชีวิต

สนใจสมัครทำประกันชีวิต


นาย พรรษวัชร ภักตร์ผ่อง
Mr. Passawat Pakpong
ผู้แนะนำการลงทุน เลขทะเบียน 051007
ตัวแทนประกันชีวิต ใบอนุญาติเลขที่ 4901023573   
โทร     : 090-665-3929
E-mail : peckplanner@gmail.com

โรคร้ายแรง



                     หลายปีที่ผ่านมามีคนไทยที่เสียชีวิตด้วย “โรคร้ายแรง” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่น่ากังวลมากกว่านั้น ก็คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลของแต่ละโรค เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก... คุณคิดว่าตัวเองพร้อมแค่ไหน หากโชคร้ายมาเยือน ? เล่าให้ฟังกันก่อนดีกว่าว่า

ภาพความไว้วางใจ

ภาพการมอบกรมธรรม์ และขอขอบพระคุณสำหรับความไว้วางใจของทุก ๆท่านที่ให้เราได้ดูแลกรมธรรม์ประกันชีวิตของท่านนะครับ




เรายินดีให้คำปรึกษาและบริการ

นาย พรรษวัชร ภักตร์ผ่อง

Mr. Passawat Pakpong
ผู้แนะนำการลงทุน เลขทะเบียน 051007
ตัวแทนประกันชีวิต ใบอนุญาติเลขที่ 4901023573   
โทร     : 090-665-3929
E-mail : peckplanner@gmail.com